Many Things To Say
:EDIT:
สัญญาไว้ว่าจะเข้ามาเขียนเพิ่ม มาแล้วค่ะ
มาแล้วค่ะ เอาเรื่องไหนก่อนดีนะ??? เรื่องงาน ละกันนะคะ อย่างที่เคยบอกเอาไว้ว่าคิดๆว่าอาจจะเปลี่ยนงานไปทำ Flight Attendant Supervisor ด้วยเหตุผลที่ว่าอยู่กับที่ไม่ค่อยเป็นค่ะ บุ๋มเป็นคนทะเยอทะยาน(เค้าเรียกงี้เปล่าก็ไม่รู้) ถ้าตั้งใจจะก้าวไปข้างหน้าแล้ว เท้าจะคันยิกๆแล้วก็อยากจะก้าวไปเรื่อยๆ ค่ะ แต่ว่าก่อนที่จะสมัครงานอะไรก็อยากจะเรียนรู้งานเค้าก่อนเพื่อจะได้ช่วยในการตัดสินใจว่าไป ดี หรือไม่ดี อาทิตย์ที่แล้วก็เลยอีเมล์ไปหา Flight Attendant Base Manager บอกเค้าว่าอยากจะขอไปลองงาน หรือที่เรียกว่า A day in The Field กับพวกเค้าซักวันนึง เค้าก็อีเมล์ตอบกลับมาว่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ก็นับวันรอค่ะ หาโอกาสที่จะบอกนายตัวเองหลายวันจนในที่สุดก็บอกเค้าหนึ่งวันก่อนจะไป เค้าถามทันทีเลยค่ะว่า ทำไมถึงอยากไปลองงาน? ก็บอกเค้าว่า สงสัยว่างานเค้าเป็นอย่างไร? นายบอกว่า สงสัยน่ะ ได้ แต่ห้ามสมัคร ฮ่าๆ เค้าบอกว่าเค้าจะไม่เซ็นต์ใบสมัครให้บุ๋ม กลัวจะเสียบุ๋มไปให้กับแผนกอื่น
เช้าวันพฤหัส พาเอดั้นไปที่สนามบินด้วย เพราะจะเอาไปส่งให้เพื่อนสนิท Mary เค้าเลี้ยงให้ระหว่างที่บุ๋มลองงาน ส่งเอดั้นให้ Mary ปั๊บ ก็แวะคุยกับนายแวบนึง นายบอกว่า Enjoy your day in the field but don't have too much fun. ฮ่าๆ ไปถึงก็ได้รับการต้อนรับจาก Asst Base Manager แล้วเค้าก็บอกว่า การลองงานเนี่ย ไม่ได้เป็นทางการ ให้บุ๋มตามไปดูแต่ละคนว่าเค้าทำอะไรกันบ้าง พอดีคนที่ทำงานในนั้นเนี่ย กว่าครึ่งเป็นคนที่บุ๋มเคยทำงานมาด้วยกัน ก็เลยค่อนข้างจะรีแลกซ์ บวกกับบุ๋มเป็นคนช่างคุยด้วย แหะๆ เลยคุยไปเรื่อยๆ ถามโน่นนี่เรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จดโน้ต แต่ก็พยายามจำทุกอย่างให้ได้มากที่สุด
สิ่งหนึ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือ ทุกๆคนทำงานอย่างมีความสุข คุยหยอกล้อเล่นกัน พวก Flight Attendant ที่เข้ามารอบิน ก็หน้าตาสดชื่น ร่าเริง ต่างกับพนักงานของบุ๋มในตอนนี้ ซึ่งบางคนมาถึงก็หน้าตาหงุดหงิด มีเรื่อง complain ไม่เว้นวัน ลักษณะงานที่ไปลองวันนี้ ส่วนมากจะทำใน Office ทำเบื้องหลังซะเยอะ Base นี้มี Flight Attendant ทั้งหมด 1100 คน บุ๋มทึ่งมากว่า Supervisor ทุกคนรู้จักพนักงานของตัวเองหมด เค้าบอกว่า เค้าต้องให้แน่ใจว่าลูกค้าของเค้ามีความสุข ลูกค้าของเค้าในที่นี่คือ Flight Attendant ค่ะ ถ้าพนักงานเค้ามีความสุข ก็จะทำงานอย่างมีความสุข และทำให้ผู้โดยสารมีความสุขไปด้วย บุ๋มละชอบจัง เพราะที่ที่บุ๋มทำงานอยู่เนี่ย ไม่ค่อยมีใครอยากจะ recognize พนักงานเท่าไหร่ หรือทำก็แบบเสียไม่ได้ บุ๋มจำได้ว่าตอนเริ่มเป็น supervisor ใหม่ๆเนี่ย เป็นคนริเริ่มการ recognize พนักงานโดยเสนอชื่อพนักงานแล้วโพสใน newsletter ทุกสัปดาห์ แล้วพนักงานที่ได้รับการเสนอชื่อก็จะได้รางวัลเล็กน้อยจากเรา
ถึงแม้ว่าจะเป็นการลองงานแค่ 5 ชั่วโมงแต่ก็ได้ทำอะไรหลายๆอย่าง เช่น ได้เข้าไปดูห้องฝึกของ Flight Attendant เค้ามีเครื่องบินจำลองด้วยค่ะ บุ๋มได้ลองเปิดปิดประตูเครื่องบิน ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามันหนักซะจริงๆ ได้เปิดปิด Emergency exit door หนักเช่นกัน แหะๆ
วันนั้นหลังจากตามคนโน้นคนนี้ไปดูงานเค้าแล้ว ก็เข้าไปนั่งคุยกับ Base Mgr กับ Asst Base Mgr สรุปความคิดเห็นกันว่ารู้สึกอย่างไร และได้อะไรบ้าง บุ๋มบอกเค้าว่า รู้สึกประทับใจกับหลายๆอย่างเช่นการที่เค้า treat พนักงานเค้า การที่ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข และอีกหลายๆอย่าง เค้าก็ถามๆบุ๋ม ประมาณว่าจะดูว่าเราเป็นคนแบบไหน ที่ทำงานอยู่เนี่ยเป็นอย่างไรบ้าง แล้วเค้าก็บอกว่า เค้าอยากจะให้บุ๋มยื่นใบสมัครเพราะได้ยินมาว่าบุ๋มเป็นคนทำงานเก่ง และดูท่าทางว่าเข้ากับทุกๆคนได้ดี แต่ถ้าไม่สมัครเค้าก็ไม่ว่าอะไร เค้าอธิบายว่า วันสัมภาษณ์เนี่ย คือวันที่ 25/26 กรกฏา แล้ววันเริ่มงานก็คงจะเป็นกลางๆเดือนสิงหา อ้อ บุ๋มต้องไปเข้าฝึกเป็น Flight Attendant ด้วยนะคะ เวลาฝึกเนี่ย 3 สัปดาห์ครึ่งค่ะ ที่สำนักงานใหญ่ Dallas จะเป็นนายเค้าก็ต้องรู้งานเค้า จริงมั้ยคะ เวลาทำงานคือ ตีห้า ถึงสี่ทุ่ม แล้วแต่ว่าเราจะได้ทำ shift ไหน shift ละ แปดชั่วโมง เช่น ตีห้าถึงบ่ายครึ่ง หรือไม่ก็บ่ายครึ่งถึงสี่ทุ่ม เรื่องเงินเดือนก็เยอะขึ้นค่ะ เค้าไม่ได้บอกว่าเท่าไหร่ อ้อ แล้วก็ต้องออกไปบินอาทิตย์ละหนึ่งวันเพื่อ audit พนักงานด้วยค่ะ
หลังจากคิดๆๆ คุยกับเดฟหนึ่งคืน ก็เลยคิดว่า เอาน่า ลองดูแล้วกัน เดฟบอกว่า ดูท่าทางที่นี่ บุ๋มอาจจะมีความสุขมากกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องเจอผู้โดยสารซักเท่าไหร่ ลูกค้าของบุ๋มส่วนมากก็จะเป็น internal customer งานก็ไม่ต้องทำจนถึงเช้า เรื่องไปเทรนสามอาทิตย์ ให้คุณแม่เดฟมาช่วยเลี้ยงหลาน (กึ๋ยๆ)
เช้าวันนี้เลยอีเมล์ไปขอบคุณเค้าที่ให้โอกาสไปลองงาน แล้วก็ส่งไปให้ทุกคนที่เจอเมื่อวานด้วย บุ๋มเขียนโน้ตถึงแต่ละคนว่าขอบคุณที่ ...... ได้รับอีเมล์ตอบกลับมาทันทีเลยค่ะว่ายูน่ารักจริงๆ จำรายละเอียดได้หมดว่าเค้าพูดอะไรบ้าง โชว์อะไรให้ดูบ้าง ได้รับคำชมว่าเป็นคนช่างใส่ใจ และตั้งใจรับรู้งาน ทุกคนอีเมล์กลับมาว่า อยากรู้จักบุ๋มมากกว่านี้ อยากมีโอกาสได้ทำงานด้วยกัน
บุ๋มอีเมล์ไปหานายตัวเองด้วยค่ะ เล่าให้เค้าฟังว่าเมื่อวานไปทำอะไรมาบ้าง แล้วก็บอกเค้าว่า รู้สึกสนใจกับงานนี้และอยากจะสมัคร แล้วก็ถามเค้าว่าจะสะดวกเซ็นต์ใบสมัครให้มั้ย? เค้าอีเมล์กลับมาบอกว่า เค้าอยู่ที่ทำงานจนถึงบ่ายโมง เพราะว่าวันนี้เค้ามีการจัดเลี้ยงเล็กๆ ให้นายที่ลาออก ก็เลยรีบแต่งตัวแล้วบึ่งออกจากบ้านค่ะ
Lisa said Goodbye to JV
ไปถึง พนักงานหลายๆคนรวมตัวอยู่ในห้อง แล้วก็มีนายคนที่ลาออกยืนอยู่ตรงกลาง มีเค้ก มีลูกโป่งเต็มไปหมด นายคนนั้นเข้ามากอดแล้วบอกว่าขอบคุณที่อุตส่าห์มาลาเค้าวันเค้าทำงานวันสุดท้าย ก็เลยเออออ ห่อหมกค่ะ ทั้งที่จริงๆแล้วมาด้วยจุดประสงค์อื่น แหะๆ
Very emotional moment
พอนายของบุ๋มเห็นหน้าบุ๋มเท่านั้นล่ะ เค้าแย่งซองเอกสารที่บุ๋มหนีบไปด้วยไปจากมือ แล้วบอก ไม่เซ็นต์ แล้วเค้าก็หัวเราะ บอกว่า ว่าแล้วเชียว พวกนั้นต้องพยายาม recruit เธอ สรุปว่าให้นายอีกคนเซ็นต์ให้ค่ะ เข้าไปนั่งเซ็นต์กันในออฟฟิสของเพื่อนสนิทชื่อ Tonya (บุ๋มไม่ได้บอกใครเลยเรื่องจะสมัคร) Tonya เปิดประตูเข้ามาตอนบุ๋มกำลังคุยกับนายพอดี เค้าแอบเห็นใบสมัครเท่านั้นล่ะ โกรธบุ๋มเลย บอกว่า I'm not talking to you and why did you choose my office to do it. เค้ามาบอกบุ๋มทีหลังว่า จะปล่อยเค้าไว้กับ senior supervisor ที่ทำงานห่วยๆเหรอ
Team MCO said goodbye to our best Station Manager JV!
สรุปว่า แฟกซ์ใบสมัครไปแล้วค่ะ โทรไปบอก base mgr แล้วด้วย เค้าดีใจใหญ่ แล้วก็บอกว่าขอบคุณที่สมัคร ขอบคุณที่โชว์ passion เราก็ต้องรอดูกันต่อไปล่ะค่ะว่าจะเป็นอย่างไร
แล้วเราก็แวะไปหม่ำอาหารไทยกันค่ะ ที่ร้าน ไทยธานี แถวๆถนน International Drive ร้านตกแต่งได้อลังการมากค่ะ ไม่ได้ถ่ายรูปมา อาหารรสชาติใช้ได้ ราคาไม่แพง สงสัยต้องมาอีก แหะๆ
Thai food at Thaitanee Restaurant
โอ้ยยาวจริงๆ เล่าอีกเรื่องละกันนะคะ
นั่นคือ เมื่อวันพุธ บุ๋มทำงานที่เกท ก็เดินไปมา เช็ค concourse ว่าพนักงานต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง ขณะที่คุยๆอยู่กับพนักงาน บอกเค้าว่าวันนี้ตั้งใจว่าจะได้กลับบ้านตรงเวลา (ส่วนมากไม่ค่อยได้กลับตรงเวลาเลยค่ะเพราะว่าไฟลท์ดีเลย์บ้าง โน่นนี่บ้าง) พูดปั๊บ พนักงานอีกคนเรดิโอปุ๊บเลยว่าต้องการ supervisor ที่เกท 128 โดยด่วนเพราะว่ามีคนเป็น seizure ไม่แน่ใจว่าภาษาไทยเรียกอะไรแต่ว่าอาการคือ ชักกระตุกๆเหมือนไฟฟ้าชอตอะค่ะ
บุ๋มสั่งพนักงานทันทีให้โทรตาม 911 paramedics แล้วก็กระโจนไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น พอไปถึง เห็นเด็กผู้ชายค่ะ ขนาดเท่าเอดั้นเลย นอนชักกระแด่วๆอยู่ที่พื้น แม่เค้าก็กอดเค้าไว้ โอย น้ำตาจะร่วง บุ๋มยืนอึ้งอยู่พักก็เริ่มคุมสติอยู่ เลยเรดิโอสั่งพนักงานให้ไปหาช้อนหรืออะไรก็ได้มาให้บุ๋ม จะได้ให้แม่เด็กเอาไว้กันเด็กไม่ให้กัดลิ้น พอดีมีผู้โดยสารอื่นในบริเวณนั้นซึ่งเค้ากำลังรอขึ้นเครื่องแล้วเค้าก็มีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาล เข้ามาช่วย เค้าบอกให้บุ๋มจดบันทึกเวลาว่าเริ่ม ชักเมื่อไหร่ หยุดเมื่อไหร่ แม่ของเด็กสติดีมากเลยค่ะ เค้ามียาหลอดๆ เป็นเจล ติดมาด้วย ซึ่งบุ๋ม เห็นเค้าฉีดเจลนั้นไปในก้นเด็กน่ะค่ะ ตอนนั้นมี flight attendant คนนึงเค้าก็เข้ามาถามบุ๋มว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย? ก็เลยบอกเค้าว่า ถ้าเค้าจะช่วยพาพี่สาววัยหกขวบ ของเด็กคนที่ไม่สบายเนี่ย ไปจากตรงนี้ พาไปทานไอติม หรืออะไรก็ได้ เพราะพี่สาวร้องไห้ไม่ยอมหยุดเพราะเป็นห่วงน้องตัวเอง เค้าบอกยินดี อย่างน้อย ก็จะได้ไม่ต้องดูเวลาที่พวก paramedics ต่อสายระโยงระยางกับน้องชายเค้า
ขณะเดียวกันบุ๋มก็คุยกับพ่อเด็ก ถามเค้าว่ามีกระเป๋ากี่ใบ จะได้เอาออกจากเครื่องบินให้เค้า แล้วก็สั่งให้พนักงานอีกคนจัดการเรื่องกระเป๋า ซักพัก Paramedics ก็มาถึงค่ะ เอาเครื่องช่วยหายใจสวมที่หน้าเด็ก แล้วก็รีบพาไปส่งโรงพยาบาลทันที แม่เค้าห่วงเรื่องกระเป๋า เรื่องไฟลท์ บุ๋มบอกเค้าว่าไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ให้เป็นหน้าที่ของบุ๋ม ตอนนี้ ห่วงแต่สุขภาพของเด็กก็พอ แล้วก็ให้เบอร์โทรติดต่อเค้า ว่าถ้ายังไงให้โทรมาบอกว่าเป็นอย่างไรบ้างเพราะเป็นห่วงเค้า แล้วจะได้รู้ด้วยว่าเค้าจะบินไฟลท์ไหน เค้าทิ้ง wheelchair ของเด็กเอาไว้ และกระเป๋าสะพาย ใช่ค่ะ เด็กคนนี้สามขวบครึ่ง เป็นเด็กพิการอยู่แล้ว เดินไม่ได้ ไปไหนก็ต้องนั่งรถเข็น แล้วที่เค้ามาเที่ยวเนี่ย เค้าก็มาโปรแกรม make a wish ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับเด็ก terminal ill เค้ามีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานเลยค่ะ โอย วันนั้นบุ๋มเศร้าทั้งวัน ขับรถกลับบ้าน แวะรับเอดั้นก็กอดเอดั้นแน่นเลยค่ะ เอดั้นคงงงว่าแม่เป็นอะไร? ทำไมนะ โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลย
วันรุ่งขึ้นได้ข่าวว่า เด็กปลอดภัยดี แล้วก็บินกลับไฟลท์แรกของเช้าวันนั้น โอย โล่งอกไป เพราะเป็นห่วงเค้าทั้งคืน
ตั้งแต่วันเสาร์ ทำงานนะคะ ตีสี่ถึงบ่ายโมง จนถึงวันพุธ หยุดพฤหัส ศุกร์ค่ะ ชวนกันกับเดฟว่าจะไปเที่ยวไหนดี? คาดว่าคงไม่บินไปเที่ยวค่ะ เพราะอาทิตย์ถัดไปก็ต้องบินไปเรียนที่ Dallas อาจจะขับรถไปทะเล Tampa ไม่ก็อาจจะไป St. Augustine แถวบ้านพี่นนนี่
จริงๆมีเรื่องอยากเล่าอีก แต่ว่าเหนื่อยพิมพ์แล้วค่ะ แหะๆ วันหลังละกันนะคะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบค่ะ
~บับบัย~
Posted on Sat 14 Jul 2007 8:52